EF LINE “เครื่องมือจัดการความผิดปกติของโครงสร้างฟันในเด็ก

EF LINE – เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อฟันมีปัญหาในการเรียงตัว เราสามารถใช้ EF LINE ซึ่งเป็นเทคนิคในงานทันตกรรมจัดฟันช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้.

 

ซึ่งในอดีตทันตแพทย์ส่วนใหญ่จะมีคำแนะนำให้คนไข้เริ่มจัดฟันเมื่ออายุประมาณ 12-13 ปี โดยคำแนะนำดังกล่าวเหมาะสมกับกรณีที่ เด็กเหล่านั้นไม่มีปัญหาในเรื่องนิสัยผิดปกติ ปัญหาการกลืน และการหายใจ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีผลต่อรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งและการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าและขากรรไกร

นอกจากนี้ในเด็กที่มีพฤติกรรมบางอย่างซึ่งมีผลเสียต่อโครงสร้างใบหน้า เช่น การเลิกขวดนมช้า ดูดนิ้ว กัดเล็บ นั่งท้าวคาง หรือภาวะการหายใจทางปากที่อาจสืบเนื่องมาจากปัญหาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเรื้อรัง ที่พบในกรณีคนไข้ที่มีต่อมอะดินอยด์หรือต่อมทอลซิลโต เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการพัฒนาและการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าและกระดูกขากรรไกรทั้งสิ้น

ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่คุณพบว่าบุตรหลานมีปัญหาดังกล่าว การจะรอเพื่อแก้ไขความผิดปกติด้วยการจัดฟันเมื่ออายุ 12-13 ปีนั้น อาจทำให้โครงสร้างใบหน้าและการเรียงตัวของฟันเกิดปัญหารุนแรง จนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันเพียงอย่างเดียว

EF LINE เครื่องมือจัดฟันในเด็กเล็ก

ในปัจจุบันจากการศึกษาเราพบว่ากล้ามเนื้อใบหน้าและลิ้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด และการทำงานของกระดูกขากรรไกรและใบหน้า ดังนั้น จึงมีการออกแบบเครื่องมือเพื่อทำการปรับแก้ไขปัญหาของกล้ามเนื้อซึ่งต้องร่วมกับการฝึกโดยการออกกำลังกล้ามเนื้อ การปรับเปลี่ยนการหายใจให้ถูกวิธี รวมถึงการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยปรับการกลืนให้ถูกต้อง โดยเครื่องมือดังกล่าวมีชี่อเรียกว่า EF line

EF line เป็นชุดเครื่องมือที่สามารถใช้แก้ไขปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น ช่วยส่งเสริมการปรับรูปของกระดูกโดยเราทราบว่ากระบวนการเจริญเติบโตของเด็กที่เกี่ยวข้องกับกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่างมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมากน้อยตามแต่ช่วงอายุ ดังนั้น ตามหลักการแล้วหากต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าจึงต้องทำการเริ่มแก้ไขในช่วงที่เด็กยังมีการเจริญเติบโต

ซึ่ง EF line สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึงอายุ 15 ปี โดยเครื่องมือในกลุ่มนี้มีความหลากหลายในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ปัญหารูปหน้าที่มีคางหลุบ ค้างเบี้ยว กระดูกและฟันบนยื่น และกรณีที่เด็กมีรูปหน้าสั้นซึ่งต้องการเพิ่มความสูงใบหน้า เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อท่านพบความผิดปกติดังที่ได้กล่าวมาหรือในกรณีที่ไม่ทราบว่าบุตรหลานของท่านมีความผิดปกติใดๆแฝงอยู่หรือไม่ จึงขอแนะนำให้ท่านพาบุตรหลานเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษากับทันตแพทย์ที่ผ่านกระบวนการอบรมการใช้งานเครื่องมือดังกล่าวและอยู่ใน EF Center ที่มีสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้บุตรหลานของท่านไม่เสียโอกาสที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาและช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าเพื่อผลการจัดฟันที่ดีขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และประหยัดค่าใช้จ่าย

โดย ทพ.ชญปัฒณ์ ซิมสุชิน
Department of Orthodontic and Orthopedic Craniofacial Growth Modification,
Faculty of Dentistry, Nation University,
Chiang Mai 50210,
Thailand

แชร์บทความ

Scroll to Top

คุณกำลังค้นหาอะไรอยู่?

พิมพ์คำค้นหาของคุณด้านขวา